เรารวบรวมสารพัดวิธี และเคล็ดลับต่างๆมาให้คุณได้ทราบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความงาม ธุรกิจ อาชีพการงาน งานอดิเรก และอื่นๆอีกมากมาย

Insider

Archives

วิธีการชิมพานาคอตต้า

พานาคอตต้า คือ การเอาน้ำชากับนมหรือครีมมาต้มด้วยกัน โดยมากจะใส่ครีมหรือน้ำผลไม้ หรือจะเป็นกาแฟ ชา รวมทั้งแผ่นวุ้นเข้าไป

เมื่อต้มจนเดือดแล้วทำให้เย็น จะคล้ายเยลลี่ หลังจากนั้น เอาซอสมาราดข้างบน เวลาชิม ถ้าเราอยากจะรู้ว่าพานาคอตต้าอร่อยจริงหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้ โดยความจริงแล้ว พานาคอตต้าจะคล้ายๆ กับวุ้นผสมครีมเข้าไป แต่ครีมนั้นจะต้องไม่มันจนเกินไปและต้องไม่เอาไปตี โดยครีมที่ใช้จะต้องเป็นครีมธรรมดา ยิ่งถ้าใช้นมก็จะดีกว่า

แต่ถ้าเอาครีมข้นๆไปตีให้ฟูขึ้นมา เสร็จแล้วก็เอาน้ำชาที่ใส่วุ้นลงไปผสม การทำอย่างนี้เนื้อพานาคอตต้าจะไม่ละลายในลิ้น จะติดลิ้นเพราะว่าไขมันยังเป็นก้อนๆอยู่ นั่นหมายความว่าพานาคอตต้าไม่ใช่พานาคอตต้าแล้วกลายเป็นมูส

การชิมต้องรู้ว่าพานาคอตต้านั้นจะเหมือนกินเยลลี่ที่ละลายในปากเลย แต่ถ้าเป็นมูสจะมีความมันอยู่ในนั้น ลักษณะจะเป็นครีมที่มีความเข้มข้น เมื่อเอาเข้าปากแล้วจะติดลิ้นเล็กน้อย ถ้ารู้วิธีการทำที่ถูกต้องก็จะรู้ว่าที่ชิมนั้นคือ พานาคอตต้า หรือว่าเป็นมูส

วิธีคลายเครียดแบบทันใจ

จดบันทึก การจดบันทึกเรื่องราวมีประโยชน์หลายอย่างทั้งการทบทวนตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการสำรวจถึงทางออกที่เป็นไปได้ต่อปัญหาเหล่านี้ สามารถช่วย ในการย่อยสลายอารมณ์ความรู้สึกอันยากลำบากต่าง ๆ และเป็นหนทางในการต่อสู้กับ ความเครียดในอนาคต

ทำสมาธิ
การฝึกทำสมาธิสามารถลดความเครียดได้อย่างมากและต่อสู้กับปฏิกิริยา ในแง่ลบจากความเครียด และเมื่อผ่อนคลาย คำตอบของปัญหาที่ทำให้เครียดก็จะมาถึงตัวเราเองในแบบที่ง่ายดายและชัดเจน

พูดกับเพื่อน พูดสิ่งต่าง ๆ ออกมากับเพื่อนจะสามารถช่วยกระจายอารมณ์และ ความตึงเครียดของตัวเองออกมาได้และช่วยให้รู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในปัญหาของ ตัวเอง และเพื่อนอาจถามคำถามบางอย่างที่ทำให้เรานึกถึงสถานการณ์ของตัวเองในแบบ ที่แดกต่างออกไป

พูดกับตัวเอง พูดกับตัวเองในแง่ลบสามารถทำให้เกิดความเครียดได้มากกว่า ที่คนส่วนใหญ่จะรู้ตัว ซึ่งหมายถึงเสียงเล็ก ๆ ในหัวของเราที่ประเมินสิ่งต่าง ๆ ในแง่ บวกหรีอแง่ลบและบอกตัวเองเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่พบอยู่ ซึ่งเกี่ยวกับตัวเราเอง จึงลอง เปลี่ยน,จากการพูดกับตัวเองในแง่ลบมาเป็นการพูดถึงตัวเองในแง่บวก อาจต้องใช้การสำรวจตัวเองเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเลือกคำพูดที่จะใช้กับตัวเอง แต่ผลที่ได้รับก็คือ ความรู้สึกมั่นใจและความเครียดที่ผ่อนคลายลง


ฝึกการหายใจ
การหายใจเข้าลึก ๆ เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ง่ายดายที่เรา สามารถทำได้และมีประโยชน์อย่างมากมายต่อร่างกายรวมถึงการเติมออกซิเจนในเลือดที่ ช่วยปลุกสมองให้ตื่นตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและทำให้จิตใจความคิดสงบ การฝึกหายใจ สามารถทำได้ทุกหนทุกแห่งและได้ผลอย่างรวดเร็วคลายเครียดได้ไนพริบตา

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
การเกร็งและคลายกล้ามเนื้อทั้งหลายในร่างกาย สามารถ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ต้อง ฝึกฝนหรือใช้เครื่องมือพิเศษใด ๆ โดยเริ่มด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้า แยก เขี้ยวและยิ้มค้างไว้ 10 วินาทีแล้วผ่อนคลาย 10 วินาที ทำชํ้ากับกล้ามเนื้อคอตามด้วย ไหล่และกล้ามเนื้ออื่น ๆ สามารถทำแบบนี้ที่ไหนก็ได้ ขณะที่กำลังทำจะพบว่าตัวเอง ผ่อนคลายได้เร็วและง่ายกว่า.

วิธีปฏิบัติตอนตื่นนอนเพื่อความสดชื่น

การตื่นนอนโดยถูกปลุกให้ตื่น เนื่องจากมีสิ่งเร้าภายนอกหรือภายในกระตุ้นศูนย์กลางตื่นนอน เช่น เสียงทารกร้องไห้ กลิ่นเผาไหม้ แสงจากดวงไฟหรือแสงแดดเข้ามาทางหน้าต่าง การปวดปัสสาวะ เสียงรถยนต์วิ่งบนถนน การฝันร้าย หรือถูกเขย่าจากผู้อื่น

โดยทั่วไปถ้าเราตื่นนอนเองเราจะไม่หงุดหงิด เนื่องจากได้รับการพักผ่อนเต็มที่ แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นมักจะเกิดอารมณ์เสีย ตกใจ หรืออยากนอนต่ออีก

คนส่วนใหญ่เมื่อตื่นนอนใหม่ๆ พบว่าไม่สามารถขยับแขนขาหรือลำตัวได้เลย และอาจรู้สึกว่าแขนขาที่นอนอยู่ชาและไม่มีแรงที่จะยกขึ้น ถ้าอาการเหล่านี้หายไปในเวลาไม่กี่นาทีถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเวลานอนหลับกล้ามเนื้อของแขน ขา ลำตัวจะผ่อนคลายยืดออก ทำให้ไม่มีความตึงในกล้ามเนื้อ จึงยกแขนขาไม่ได้ การที่รู้สึกชาอาจเนื่องจากนอนทับส่วนนั้นเป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ตอนลืมตาตื่นขึ้นจึงควรปฏิบัติดังนี้

๑.  ฝึกลมปราณโดยการหายใจเข้าทางจมูก แล้วเป่าออกทางปากช้าๆ พยายามหายใจเข้า-ออกลึกๆ และช้าๆ โดยเวลาหายใจเข้า ท้องจะป่องออก เวลาหายใจออก ท้องจะแฟบลง ทั้งนี้เพื่อให้ปอดได้รับอากาศบริสุทธิ์ และขับอากาศเสียออกทำเช่นนี้ประมาณ ๓-๔ ครั้ง

๒.  ทำหน้าย่น ปิดตาปี๋ จมูกย่น ปากจู๋ ขมวดคิ้วแล้วผ่อนออก สลับกับการยักคิ้ว เปิดตาให้โต ยิ้มให้เต็มที่ อ้าปากหาวนอน ทั้งนี้เพื่อบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้าและช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองดีขึ้น เพิ่มความสดชื่นเมื่อตื่นนอน ทำเช่นนี้ ๔-๔ ครั้ง

๓.  นอนหงายเอาหมอนออก หันหน้าไปทางซ้ายและขวา หดเอาคางชิดลูกกระเดือกแล้วปล่อย เอียงคอไปทางซ้ายและขวาเพื่อบริหารกล้ามเนื้อคอ และแก้อาการตกหมอน ทำท่าละ ๔-๕ ครั้ง

๔.  เหยียดแขนให้ตรงยกแขนขึ้น-ลง ไขว้แขนแล้วกางแขนออก เหวี่ยงแขนทีละข้างทแยงมาด้านตรงข้ามสลับกัน ทั้งนี้เพื่อบริหารกล้ามเนื้อไหล่และสะบัก ทำท่าละ ๔-๕ ครั้ง

๕.  งอแขนทั้ง ๒ กำมือให้แน่นแล้วเหยียดออกทีละนิ้ว ทำท่าชกลมขึ้นสู่เพดาน ๔-๕ ครั้ง เพื่อบริหารกล้ามเนื้อที่ช่วยงอและเหยียดข้อศอก กล้ามเนื้องอและเหยียดนิ้วมือ ป้องกันข้อศอกติดขัดและการติดขัดของข้อนิ้วมือ ซึ่งมักมีอาการในตอนตื่นนอนใหม่ๆ

๖.  ชันเข่าให้ตั้งไว้ เอียงเข่าทั้ง ๒ ไปมาทางซ้ายและขวา ให้บั้นเอวบิดไปมาข้างละ ๑๐-๒๐ ครั้ง เพื่อบริหารกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวช่วยป้องกันและแก้ไขอาการปวดหลังได้

๗.  งอเข่าทีละข้างเข้าแนบหน้าอก ใช้มือกอดไว้ให้รู้สึกตึงที่หลังแล้วเหยียดเข่าตรงวางลงบนที่นอนทำสลับกันทั้ง ๒ ข้างๆละ ๓-๔ ครั้ง ในกรณีที่เกิดอาการเจ็บปวดที่บั้นเอวขณะบริหารอยู่ ให้หยุดทำทันที อย่าฝืนทำต่อ การออกกำลังกายนี้เพื่อยืดกล้ามเนื้อหลัง

๘.  กระกดข้อเท้าขึ้น-ลง หันฝ่าเท้าเข้าหากันและออกจากกัน หมุนเท้าเป็นวงกลม งอและเหยียดนิ้วเท้าให้บานออกเหมือนพัด ทำ ๓-๔ ครั้ง เพื่อบริหารกล้ามเนื้อเท้า กล้ามเนื้อยืดพังพืดใต้เท้า ทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณน่องและเท้าดีขึ้น ลดอาการเจ็บปวดส้นเท้า ซึ่งเป็นอาการของหินปูนไปพอกที่ส้นเท้าได้

ที่กล่าวมานั้นใช้บริหารร่างกายเมื่อตื่นนอนจากการนอนหลับบนเตียงหรือบนพื้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๕-๑๐ นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ แล้วลุกขึ้นจากเตียง

สำหรับผู้ที่ต้องการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและไม่เคยมีอาการปวดท้อง อาจลุกขึ้นจากท่านอนหงาย โดยยื่นมือทั้ง ๒ ไปข้างหน้าแล้วลุกนั่งเลย ควรให้ข้อเข่าทั้งสองงอเล็กน้อย เวลาลุกไม่ควรเหยียดเข่า อาจทำให้ปวดหลังได้

สำหรับผู้ที่นั่งหลับในรถไฟ รถทัวร์ หรือเครื่องบิน สามารถเลือกทำท่าบริหารในข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๕ และข้อ ๘ ใช้ฝึกหายใจ บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า กล้ามเนื้อแขน และกล้ามเนื้อเท้า การบริหารข้อไหล่และสะบักอาจทำได้โดยเอามือทั้ง ๒ ประสานที่ด้านหลังของต้นคอ กางข้อศอกออกและหุบให้ข้อศอกชิดกัน หันข้อศอกขึ้นเพดาน แล้วหันกลับลงพื้นและหมุนข้อศอกเป็นวงกลม ระมัดระวังอย่าก่อความรำคาญให้กับผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างๆ หรือชี้แจงให้เขาทราบว่าเรากำลังออกกำลังกายอยู่ ซึ่งความมีน้ำใจของคนไทยด้วยกันคงไม่ว่าอะไร

การหลับในขณะขับรถและเวลาทำงานเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของตนเองและผู้อื่น หรืออาจสูญเสียส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือแขนขาได้

เมื่อรู้สึกง่วงนอนควรหยุดขับรถ หยุดทำงานชั่วคราว แล้วเดินไปมาสักครู่หนึ่งก่อนขับรถหรือทำงานต่อ ไม่ควรสูบบุหรี่หรือดื่มยาชูกำลัง เพราะฤทธิ์ของยาไม่สามารถอยู่ได้นาน และทำให้เกิดการติดยาได้อย่างง่ายดาย การกินยาประเภทแอมเฟตามิน(ยาบ้า) ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนได้

ข้อควรปฏิบัติตอนตื่นนอนเพื่อความสดชื่นเหมือนดอกไม้ในยามเช้าคือการออกกำลังกายทุกๆ ส่วนของร่างกายหลังจากที่ได้หยุดนิ่งเป็นเวลานานในขณะที่นอนหลับไป

วิธีเลือกซื้อน้ำพริก

1.  ดูที่ความสดภายนอกสีจะต้องไม่คล้ำจนเกินไป หรือถ้ามีมะเขือพวงหรือพริกเป็นส่วนประกอบต้องไม่มีสีคล้ำเข้ม ถ้ามีสีคล้ำแสดงว่าน้ำพริกได้ตำมานานแล้ว

2.  ดมกลิ่นว่าเหม็นหืนหรือไม่ ถ้ามีกลิ่นแสดงว่าทำไว้นานแล้ว โดยเฉพาะน้ำพริกแห้งที่บรรจุกล่องพิจารณาเป็นพิเศษ

วิธีทำกระเป๋าหนังแบบง่ายๆ

กระเป๋าสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นอีกอย่างที่ใครต่อใครขาดเสียไม่ได้ ซึ่งนอกจากประโยชน์ใช้สอยอันมากมายแล้ว ความสวยงามที่เกิดจากการนำวัสดุมาทำกระเป๋าได้ทำให้หลายคนเกิดอาการหลงไหลจนสะสมกระเป๋าเป็นว่าเล่นมาแล้ว

ขอแนะนำวิธีการทำกระเป๋าสะพาย(ขนาดกลาง)ดุนลายหนัง ให้เกิดขึ้นตามขอบกระเป๋า ซึ่งสามารถใส่สีสันได้ตามจินตนาการที่ใจชอบ แถบราคาก็ไม่แพง คุณภาพคงทน เพราะหนังแท้ยิ่งใช้ก็ยิ่งนิ่ม

ที่สำคัญกว่านั้น ถ้าเราฝึกฝนจนเกิดความชำนาญแล้วจะยึดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อีกทางก็ไม่ว่ากัน แต่ชิ้นนี้สำหรับผู้ที่ลองทำใหม่ๆ ควรหัดทำเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญของฝากให้กับคนพิเศษได้ทุกโอกาสดีกว่าไหม

เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเข้าเรื่องกันเลย มาดูว่าขั้นแรกก่อนลงมือทำกระเป๋าหนังดุนลาย เขาต้องเตรียมอุปกรณ์และวัสดุอะไรกันบ้าง ซึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ ได้แก่

1.  ตัวดุนหนัง

2.  ตุ๊ดตู่

3. กรรไกร

4. เขียงรอง

5.ค้อน

6.  แผ่นยาง

วัสดุหลักที่ต้องใช้คือ

1.  หนังฟอกฝาด

2.  ฟองน้ำ

3.  สีเพนท์หนัง

4.  น้ำยาขัดเงา

5.  สำลี

วิธีทำ

1.  สร้างแบบตามใจชอบและตัดตามแบบที่สร้าง

2.  หาจุดเจาะรูด้วยตาไก่ (หรือตุ๊ดตู่เบอร์13)

3.  พับทบชิ้นงาน ร้อยเชือกพันขอบชิ้นงานเข้าด้วยกัน

4.  ก่อนที่จะพับให้กรีดหู หรือดุนลายก่อนประกอบ

5.  ใส่สีตามชอบด้วยสำลีจุ่มสี รอจนสีแห้งเช็ดด้วยน้ำยาเช็ดเงา

6.  ใส่กระดุมหรือแม่เหล็กเจาะรูใส่ลายคล้องมือหรือลายกระเป๋า

ขั้นตอนการทำคร่าวๆ พอจะทำให้เราทำตามได้ไม่น่ายาก เพียงแต่ช่วงแรกอาจใช้เวลา เพราะความที่มือใหม่ แต่ถ้าหมั่นฝึกฝน และศึกษา พัฒนาฝีมืออยู่ตลอดเวลา การจะยึดงานตรงนี้เป็นอาชีพก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หากคุณผู้อ่านท่านใดมีความสนใจอยากจะเรียนรู้การทำกระเป๋าหนังดุนลาย สามารถสมัครและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงแรงงาน หรือ โทร.0-3541-2394, 08-6763-0037

วิธีกินอาหารเมื่อเป็นโรคมะเร็ง

ในปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งมักได้รับการบอกเล่าหรือได้รับความรู้มาผิดๆว่า ควรเลือกรับประทานแต่อาหารจำพวกผัก เนื้อปลา  เพราะมะเร็งชอบอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ทำให้ผู้ป่วยหลายรายต้องประสบกับภาวะขาดสารอาหาร จนน้ำหนักลด ทนการรักษาได้น้อยลง ทำให้การรักษาไม่เป็นไปตามแผน ให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร

นพ.กสานติ์  สีตลารมณ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แผนกมะเร็งวิทยา กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และกรรมการมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย บอกว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ความต้องการอาหารจะแตกต่างจากคนปกติ เพราะผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการผ่าตัด การฉายรังสี การับยาเคมีบำบัด ซึ่งต้องการสารอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อซ่อมแซมเซลล์ปกติ และช่วยให้ร่างกายสามารถรับการรักษาได้ครบถ้วนถามแผนที่แพทย์ได้วางไว้ นอกจากนี้ โรคมะเร็งหรือวิธีการรักษาอาจมีผลทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร แผลอักเสบเยื่อบุช่องปากหรือหลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีแนวโน้มที่จะขาดสารอาหาร และมีน้ำหนักตัวลดลง ดังนั้น ควรพยายามรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ในระหว่างการรักษา ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย

เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ในร่างกายของผู้ป่วย แต่มีความสามารถบางอย่างสูงกว่าเซลล์ปกติ แม้ผู้ป่วยจะอดอาหารโดยไม่รับประทานอะไรเลย เซลล์มะเร็งก็ยังมีความสามารถในการเจริญเติบโตได้ ที่สำคัญยังไม่เคยมีหลักฐานว่าการเลือกรับประทานอาหารจะทำให้เซลล์มะเร็งโตช้าลงหรือฝ่อลง เนื้อสัตว์หนึ่งคำที่รับประทานเข้าไป ย่อมกระจายไปสู่เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ไม่ได้เลือกที่จะวิ่งไปสู่ก้อนมะเร็งเพียงที่เดียว ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นของโรคมะเร็งตามมาอีกด้วย

สรุปอาหารที่ควรรับประทานเมื่อเป็นมะเร็ง คือ

อาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ปรุงสุก สะอาด ไม่ใช่เลือกรับประทานอาหารเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง

ไม่ควรงดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะขาดสารอาหาร ทำให้ทนต่อการรักษาโรคมะเร็งวิธีต่างๆได้ไม่ดี แต่อาจเลี่ยงการรับประทานผักสด รหือผลไม้ที่ต้องกัดกินทั้งเปลือก เพราะอาจใช้ปุ๋ยคอกรด ทำให้อาจมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนได้ ถ้าต้องการรับประทานจริงๆ ต้องล้างอีกรอบด้วยน้ำยาล้างผักผลไม้ หรือผักควรต้มให้สุกก่อน

หากมีอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย ควรเพิ่มอาหารว่างในระหว่างมือ เช้า บ่าย และก่อนนอนด้วย เช่น ผลไม้ คุกกี้ น้ำเต้าหู้ ไอศกรีม โยเกิร์ต จะช่วยให้ผู้ป่วยได้พลังงานมากขึ้น และควรมีอาหารเบาๆ ติดไว้ข้างเตียงเสมอ เมื่อผู้ป่วยรู้สึกอยากอาหารจะได้หยิบมารับประทานได้ทันที

อาหารก่อมะเร็งที่ควรเลี่ยง คือ อาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดดิบ เช่น ปลาร้า ส้มฟัก เพราะอาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ถนอมด้วยการใส่ดินประสิว เช่น ไส้กรอก แหนม เนื้อเค็ม อาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปิ้งย่างจนเกรียมไหม้ อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ของทอดด้วยน้ำมันชนิดต่างๆ โดยเฉพาะน้ำมันทอดซ้ำ อาหารที่มีเชื้อราปนเปื้อน เช่น ถั่วลิสง พริกป่น อาหารที่มีสีฉูดฉาดอาจผสมสีย้อมผ้า อาหารที่ใส่สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ฟอร์มาลิน อาหารเหล่านี้ยิ่งกินเยอะกินนาน โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งก้สูงขึ้น

นพ.กสานติ์ กล่าวว่า คำถามที่พบบ่อยจากผู้ป่วยโรคมะเร็ง เช่น บางคนถามว่ารับประทานอาหารทะเลได้หรือไม่ คำตอบคือ ถ้าทำให้สุกก็รับประทานได้ แต่ถ้าดิบๆ สุกๆ อาจจะมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนได้

บางคนถามว่าอาหารหมักดองรับประทานได้หรือไม่ กรณีนี้ก็ต้องบอกว่า หากทำสะอาดก็รับประทานเป็นครั้งคราวได้ ไม่ถึงกับห้ามเด็ดขาด

อาหารอีกชนิดที่ผู้ป่วยชอบถาม คือ นม คำตอบคือ ดื่มได้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง ก็ดื่มได้เช่นกัน

เรื่องสมุนไพรก็มีผู้ป่วยถามเช่นกัน คำตอบคือ สมุนไพรจากธรรมชาติสามารถรับประทานได้ แต่ถ้าเป็นสมุนไพรสำเร็จรูป ไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรบ้างแนะนำให้เลี่ยง เพราะนอกจากไม่รู้ว่าจะได้ประโยชน์หรือไม่ ยังมีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงหรือโทษได้

ช่วงให้เคมีบำบัด ผู้ป่วยมักจะมีอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย ขาดทั้งแคลอรี่ และความเชื่อที่ว่าไม่ควรบริโภคเนื้อสัตว์ก็จะขาดโปรตีนด้วย ดังนั้นช่วงให้เคมีบำบัด แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีแคลอรี่มากพอ รับประทานโปรตีนเท่ากับหรือสูงกว่าคนปกติเล็กน้อย โดยแคลอรี่ได้จาก 3 ส่วน คือ แป้ง เนื้อสัตว์ และไขมัน โดยเนื้อสัตว์ควรเน้นเนื้อสีขาว อย่าง เนื้อปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง หรือไข่ ถ้าอยากจะรับประทานเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นครั้งคราวก็ได้ ไขมันควรเลือกไขมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด

การเป็นมะเร็งทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจในการควบคุมตัวเอง ควบคุมโรค จึงเหลืออยู่สิ่งเดียวที่ผู้ป่วยควบคุมได้ คือ ควบคุมอาหาร แต่บางทีขาดความรู้ที่ถูกต้อง ก็เลยโดนญาติจับอดอาหาร จึงเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้น อยากฝากให้ช่วยแนะนำว่า จริงๆแล้วแพทย์ไม่ได้ห้ามอะไรมากมายขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นญาติ และครอบครัวมากกว่าที่ห้ามมากกว่าแพทย์เสียอีก คงเป็นเพราะได้รับความรู้มาผิดๆ จากการบริโภคสื่อหลากหลายโดยไม่ได้คัดกรอง

หากท่านผู้อ่านยังไม่เป็นโรคมะเร็ง ควรรับประทานอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยกินผักผลไม้ให้มาก ส่วนอาหารประเภทแป้ง ควรเลือกรับประทานข้างที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ รับประทานน้ำตาลแต่น้อย เน้นรับประทานอาหารโปรตีนจากถั่ว ไข่ เนื้อสีขาว เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ลดการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสีแดง เช่น เนื้อหมูหรือเนื้อวัว หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

วิธีปรับตัวในห้องสี่เหลี่ยมเพื่อลดความเครียด

ชีวิตคนเมืองกรุงที่ต้องเร่งรีบและแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา การเลือกคอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงานเป็นที่พักอาศัยก็เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาด้านการจราจรที่ติดขัดจนอาจเสียสุขภาพจิตได้ แต่ด้วยทุนทรัพย์ที่มีจำกัด การเลือกคอนโดมิเนียมที่มีขนาดพื้นที่ที่จำกัดนั้น แทนที่จะเป็นการช่วยแก้ปัญหา จะกลายเป็นเพิ่มปัญหาต่อสุขภาพจิตหรือไม่นั้น นพ.ทวี  ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า

ที่ผ่านมาเคยมีผู้โทรฯมาขอคำปรึกษาเนื่องจากช่วงที่มีการชุมนุมกันอย่างหนัก หรือน้ำท่วมสูง ไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องอยู่แต่ในห้อง ซึ่งการใช้เวลาทั้งวันอยู่แต่ในห้องแคบๆ ก็น่าเป็นห่วง เพราะเวลาอยู่อย่างนั้นนานๆ จะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และเกิดอาการเครียดได้ จึงให้คำแนะนำไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดฯ ว่าจะปรับตัวอย่างไร เช่น วันหยุดก็ไม่ควรขลุกตัวทำงานอยู่แต่ในคอนโดฯ ต้องรู้จักหางานอดิเรกทำอย่างสม่ำเสมอ ไปออกกำลังกายข้างนอก หรือหาเวลาสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง จะทำให้สามารถผ่อนคลายความเครียดลงได้

“คนที่ไม่มีเวลาไปไหนได้ ชีวิตที่ต้องทำงานอยู่แต่ที่โต๊ะทำงานจนค่ำแล้วกลับมาอยู่แต่ห้องแคบๆ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องหากิจกรรมทำเพื่อให้ผ่อนคลาย เช่น การออกกายบริหารในท่าทางที่สามารถทำในห้องได้ เต้นแอโรบิก ซิตอัพ หางานอดิเรกทำ ปลูกต้นไม้ ดูทีวี ก็สามารถผ่อนคลายความเคร่งเครียดหรือทดแทนความเบื่อได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะที่ดีที่สุด ควรหาเวลาออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ อาจมานั่งเล่นข้างนอก หรือพบปะผู้คนบ้างวันละ 15-20 นาที”

นายแพทย์ทวียังกล่าวด้วยว่า ก่อนตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่คอนโดฯ ต้องมีการวางแผนก่อนว่า เราชอบลักษณะทางกายภาพแบบไหน สำหรับคอนโดมิเนียมบางแห่งมีกฎกติกาในการอยู่ร่วมกันไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ ห้ามนำสัตว์เข้ามาเลี้ยง หรือไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เราอาจต้องยอมรับข้อจำกัดทางกายภาพนี้ แต่ถ้าไม่ได้ตามที่เราต้องการก็ต้องยอมรับข้อจำกัดนี้ และหาส่วนอื่นมาทดแทน เช่น การไปออกกำลังกาย ที่ฟิตเนสแทน อย่าเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

หากจะถามว่าพื้นที่ขนาดไหนจึงจะเพียงพอ ไม่ทำให้เกิดอาการเครียดได้นั้น นายแพทย์ทวีมีความเห็นว่า หากจะกำหนดพื้นที่เป็นขนาดยังไม่มีความชัดเจน แต่ต้องมีพื้นที่มากพอเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันได้ ถ้าอยู่กัน 2-3 คน อย่างน้อยควรจะมี 1 ห้องนอน หรือ 2 ห้องนอนกรณีที่มีลูก ห้องรับแขก และห้องครัวก็น่าจะเพียงพออย่างไรก็ตาม เห็นว่ากลุ่มคนที่มีความเหมาะสมในการอาศัยในคอนโดฯคือผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอหรือผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงานที่อยู่ใจกลางเมืองและมีความจำเป็นไม่ต้องการฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัด ซึ่งจะทำให้เดินทางสะดวกนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานได้ เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่ต้องอยู่กันเป็นครอบครัวโดยหลักการแล้ว ควรจะอยู่บ้านที่มีพื้นที่หรือมีบริเวณน่าจะดีกว่า แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหากิจกรรมทำอย่างที่ได้แนะนำไว้

ส่วนกรณีเพื่อนบ้านส่งเสียงดังรบกวนนั้น รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะนำว่า ถ้าทนไม่ไหวก็ต้องเปิดใจพูดคุยกับเพื่อนร่วมคอนโดฯ เช่น พูดคุยตกลงกันว่าพอจะลดเสียงลงซักนิดได้ไหม หรือเปิดเสียงในช่วงที่เราไม่อยู่ห้อง ซึ่งน่าจะพูดคุยกันได้ แต่ถ้ามีปัญหาอื่นที่แก้ไขไม่ได้ หรือพูดคุยกันไม่ได้จริงๆ ต้องขอให้ผู้ดูแลคอนโดฯ เข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องราว

วิธีการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์

หลายคนใส่คอนแทคเลนส์เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติ แต่อีกหลายคนใส่โดยไม่ได้มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยอาจเป็นความจำเป็นส่วนตัวของคนๆนั้น เช่น ผู้มีอาชีพดารา นักแสดง พิธีกร แอร์โฮสเตส หรือผู้ที่ชอบทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เล่นกีฬา ถ้าใส่แว่นตาทำให้เล่นกีฬาไม่ถนัด แต่รู้หรือไม่ว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับดวงตา

รศ.พญ.วิภาวี  บูรณพงศ์  ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า วิธีการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ ก่อนใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง ต้องล้างมือด้วยสบู่และล้างน้ำให้สะอาดเสียก่อน ถ้าให้ดีควรหาถ้วยเล็กๆ ล้างถ้วยเล็กๆด้วยสบู่และล้างน้ำให้สะอาดซับให้แห้ง ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อที่มีขายตามร้านขายยา หรือห้างสรรพสินค้าเทลงในแก้ว

กอนใส่คอนแทคเลนส์ นำคอนแทคเลนส์มาแช่ในถ้วยเล็กที่มีน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ห้ามผสมน้ำกับเกลือใช้เอง เพราะจะไม่สะอาด ทำให้ติดเชื้อได้ ที่แนะนำให้แช่ในน้ำเกลือปราศจากเชื้อก่อนใส่คอนแทคเลนส์เพื่อละลายสารเคมีหรือน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ที่สะสมอยู่ในคอนแทคเลนส์ให้ออกไปกอ่นที่จะใส่คอนแทคเลนส์เข้าไปในตา

ตอนถอดคอนแทคเลนส์ก็ควรใช้ถ้วยเล็กๆใบนี้ทำความสะอาดด้วยสบู่และล้างน้ำให้สะอาดซับให้แห้ง ใส่น้ำเกลือปราศจากเชื้อ เมื่อถอดคอนแทคเลนส์ออกจากตาแล้วก็แช่คอนแทคเลนส์ในถ้วย พวกโปรตีน ไขมันในคอนแทคเลนส์จะละลายออกไปบ้าง จากนั้นหยิบคอนแทคเลนส์มาวางบนฝ่ามือ ใช้น้ำยาทำความสะอาดหยดบนคอนแทคเลนส์ 2 หยด ใช้นิ้วถูคอนแทคเลนส์บนฝ่ามือให้ทั่วๆ ประมาณ 2-3 นาที แล้วนำคอนแทคเลนส์ใส่ในถ้วยน้ำเกลืออีกครั้ง เพื่อล้างโปรตีนและไขมันที่อยู่บนผิวคอนแทคเลนส์ให้ละลายออกไปในน้ำเกลือ แล้วจึงนำคอนแทคเลนส์แช่ในตลับที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อหรือ แอนตี้เซฟติค ห้ามล้างด้วยน้ำประปาหรือแช่ในน้ำประปาเด็ดขาด ตอนเช้าจะใส่ ก็ทำตามที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้คนส่วนใหญ่ที่ใส่คอนแทคเลนศ์เวลาเช้าจะหยิบคอนแทคเลนส์ใส่ตาเลย กลางคืนถอดคอนแทคเลนส์ออกจากตาใส่ตลับ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ถูกต้อง เพราะมีโอกาสเกิดกระจกตาอักเสบ ติดเชื้อสูงมากและอาจเกิดภาวะภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาจากคอนแทคเลนส์ ทำให้ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้อีก

ระยะเวลาของการใส่คอนแทคเลนส์ ควรใส่ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน และควรใส่คอนแทคเลนส์ คู่หนึ่งไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยถอดล้างทำความสะอาดทุกวันดังกล่าวข้างต้น ถ้าต้องการใส่มากกว่า 2 สัปดาห์ หรือใช้คอนแทคเลนส์ชนิดเปลี่ยนทุก 1-2 ปี ต้องทำความสะอาดเพิ่มขึ้น โดยใช้ยาเม็ดละลายโปรตีนผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ แช่คอนแทคเลนส์ทุกสัปดาห์ หลังแช่น้ำยาละลายโปรตีนเสร็จแล้ว ให้ทำความสะอาดตามขั้นตอนปกติอีกครั้ง แช่น้ำยาในตลับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง จึงนำมาใส่

ท้ายนี้ขอย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องของความสะอาด ดังนั้นท่านที่ใช้คอนแทคเลนส์อยู่ ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดก็จะลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดแผลอักเสบติดเชื้อที่กระจกตาได้

วิธีขจัดตะกรันบนผิวเครื่องสุขภัณฑ์

ถ้าคราบในเครื่องสุขภัณฑ์เกิดจากตะกรันคลอรีนหรือตะกรันสนิม ให้ราดบริเวณคราบตะกรันนั้นก่อนด้วยน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย แล้วขัดด้วยแปรง อย่าใช้แปรงพลาสติก เพราะแกนโลหะของแปรงจะขูดผิวเคลือบเป็นรอยเสียเอง ควรใช้แปรงอย่างเก่าที่เรียกว่าแปรงทางมะพร้าว ซึ่งมีขนแปรงเรียงแน่นไม่มีแกนโลหะ แถมยังทำจากวัสดุธรรมชาติ ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

วิธีรักษาอ่างอาบน้ำให้สะอาดเอี่ยม

คราบเกิดจากการขาดการดูแล คุณควรทำความสะอาดห้องน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และก่อนลงอาบน้ำในอ่างทุกครั้งควรอาบตัวด้วยฝักบัวก่อนครั้งหนึ่งเสมอ เพื่อล้างคราบไคลของเราไม่ให้เกาะเป็นคราบบนอ่างต่อไป หลังจากลงแช่เสร็จ ปล่อยน้ำในอ่างทิ้ง แล้วก็อย่าลืมเอาฟองน้ำเช็ดอ่างให้ทั่ว อ่างอาบน้ำจะไม่เกิดคราบเลย

ถ้าอ่างเกิดเป็นรอยขีดข่วน หรือที่เรียกว่า “ขนแมว” ในกรณีของอ่างอะครีลิค ให้ใช้กระดาทรายอย่างละเอียดค่อยๆขัดจนเรียบแล้วใช้น้ำยาขัดรถชนิดละเอียดขัดที่รอยดังกล่าว รอยขนแมวก็จะหายไป

 Page 45 of 85  « First  ... « 43  44  45  46  47 » ...  Last »