Archive For The “อาชีพ และ การทำงาน” Category

วิธีจัดการความเครียดในแต่ละอาชีพ

วิธีจัดการความเครียดในแต่ละอาชีพ

ขึ้นชื่อว่า”งาน” แล้ว มันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความเครียดด้วยกันทั้งนั้นแหละ กว่าจะได้มาแต่ละบาทแต่ละสตางค์มันล้วนแล้วแต่ต้องระคนปนไปด้วยความเครียด เพราะว่าถ้ามันไม่เครียดเขาคงทำเองไปแล้ว ไม่จ้างคนอื่นให้มาทำหรอก งานที่มีกำหนดระยะเวลา งานของนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และนักคิดสร้างสรรค์ทั้งหลายที่ต้องเกี่ยวพันกับเส้นตายในการส่งงาน ยิ่งใกล้ถึงเวลาส่งงานเท่าไหร่ สารอะดรีนาลีนในร่างกายก็จะหลั่งมากขึ้น ทำให้ความเครียดเพิ่มตามไปด้วย บางครั้งเวลาที่กระชั้นชิดอาจทำให้คุณมึนงงจนคิดอะไรไม่ออก จนกระทั่งเส้นตายมาถึงคุณก็ยังคิดไม่ออกอีกนั่นแหละ และความเครียดก็จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลร้ายต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ทางออกที่ดีที่สุดคือพักพื้นสมองสักครู่ หรือพักให้เต็มที่หลังเลิกงาน หันเหความสนใจไปกับสิ่งอื่น ๆ ที่จะทำให้คุณผ่อนคลายลงโดยไม่ต้องคิดถึงเส้นตาย แล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ แม้ว่าการผ่อนคลายจะยิ่งทำให้เวลาที่เหลือน้อยลงก็ตาม แต่เมื่อสมองได้พัก สองตาหันไปชมนกชมไม้ หรือลุกจากโต๊ะทำงาน อยู่ให้ห่างมันสัก 5-10 นาที ความคิดดี ๆ จะกลับคืนมา ปริมาณสารอะดรีนาลีนก็เพิ่มขึ้น คุณก็จะคิดงานออกและทำได้เร็วกว่าเดิม ยิ่งถ้าได้พักสบาย ๆ กับสายลม แสงแดดกับการพักร้อนไปเลยละก็ สมองก็จะยิ่งปลอดโปร่งมากขึ้นเท่านั้น กลับมานั่งโต๊ะทำงานอีกทีมันก็ไม่ทำให้คุณปวดหัวแล้วล่ะ งานที่มีต้องใช้ความเสี่ยงในการตัดสินใจ นักธุรกิจและบรรดาเจ้านายระดับบริหารมักจะต้องเผชิญหน้ากับความเครียดลักษณะนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในนโยบายบริษัท การตัดสินใจลดทุนหรือเพิ่มทุน หรือจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม ทางออกก็คือฟังดนตรีคลายเครียดบางครั้งก่อนตัดสินใจ ผู้บริหารอาจจำเป็นต้องทำตัวเป็นศิลปินสวมวิญญาณศิลปินที่สนใจงานศิลปะบ้าง โดยเฉพาะดนตรี เพราะเสียงดนตรีช่วยทำให้สมองโปร่งโล่งขึ้น และเหมาะสำหรับการผ่อนคลายความเครียดของผู้บริหารที่ต้องใช้การตัดสินใจภายใต้ความละเอียดรอบคอบ แต่มีข้อแม้ว่าคุณควรฟังดนตรีบ่อย ๆ ไม่ใช่ฟังเฉพาะตัดสินใจเท่านั้น ฟังให้เป็นนิสัยในช่วงหลังเลิกงานนั่นแหละ […]

วิธีวัดใจตัวเองว่าคุณรักงานที่ทำหรือเปล่า

วิธีวัดใจตัวเองว่าคุณรักงานที่ทำหรือเปล่า

สำหรับบางคน ช่างแสนยากกว่าจะหางานที่คุณสามารถบอกได้เต็มปากว่ารัก แต่คุณจะแน่ใจได้ว่าคุณหลงรักงานนั้นแล้ว ถ้าร่างกายคุณส่งความรู้สึกต่อไปนี้มาให้ –         คุณรู้สึกสนุก เวลาพูดถึงงานที่ทำอยู่ –         คุณอยากรู้อยากเห็น และกระตือรือร้นที่จะหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับงานนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ –         คุณไม่รู้สึกว่าเหนื่อยหรือเบื่อที่ต้องทำงาน –         คุณไม่รู้สึกว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าต้องแลกงานที่ทำอยู่กับงานอื่นที่ได้เงินเดือนมากกว่า คุณก็ขอทำงานนี้ต่อไป –         คุณรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ เวลาทำงาน –         คุณสามารถฟังเพื่อน ๆ โม้ถึงงานของตัวเองโดยไม่รู้สึกด้อยกว่า –         ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้คุณจะได้มรดกก้อนโต หรือถูกลอตเตอรี่จนไม่ต้องหาเลี้ยงชีพไปตลอดชีวิต แต่คุณก็ยังจะขอทำงานนี้ต่อไป –         ถ้ามีคนถามว่าทำงานนี้แล้วได้อะไร คุณสามารถเขียนคำตอบได้หนึ่งหน้ากระดาษเต็ม ๆ(หรือมากกว่า) –         คุณรู้สึกว่าเวลาทุกนาทีที่ใช้ไปเพื่องานนี้คุ้มค่าสุด ๆ ถ้าใครรู้สึกอย่างนี้กับงานที่ทำ คุณคือคนที่โชคดีจริง ๆ ค่ะ

วิธีช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในงานที่ทำได้ง่ายขึ้น

วิธีช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในงานที่ทำได้ง่ายขึ้น

การทำงานอยู่ภายใต้ความกดดันของการบรรลุความสำเร็จท่ามกลางคนร่วมงานมากมายและหลากหลาย กฎต่อไปนี้คือ วิธีที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในที่ทำงานได้อย่างเป็นระบบ และช่วยบรรเทาความยากของงานให้ง่ายขึ้น มนุษยสัมพันธ์ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เพื่อน ๆ ที่ทำงานไม่ชอบ ไม่อยากคุยด้วย หรือเข้ากับเพื่อในที่ทำงานไม่ได้เลย คงต้องถึงเวลาพิจารณาและปรับปรุงทักษะด้านสัมพันธ์กันเร่งด่วนแล้วละค่ะ อย่ามัวแต่หลอกตัวเองว่าเราดีแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกเพราะถ้าเราดีจริง แล้วเราจะไม่มีเพื่อนเอาเลยหรือคะ มนุษยสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คุณไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ถ้ามนุษยสัมพันธ์คุณแย่มาก ๆ ต่อให้คุณเก่งแค่ไหนก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และแน่นอนคุณเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น และถ้าคนในองค์กรคุณยังไม่สามารถทำได้ดี ก็คงลำบาก ถ้าจะให้หัวหน้าคุณเห็นว่าคุณจะสามารถทำได้ดีกับคนภายนอกองค์กร เพราะฉะนั้นเรามาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ๆ ในองค์กรกันก่อนดีกว่านะคะ การทำงานเป็นทีม คุณทำงานเป็นทีมได้ดีแค่ไหน หรือว่าต้องทำงานคนเดียวถึงจะดี? ในอนาคตการทำงานจะเน้นบุคคลที่ทำงานเป็นทีมได้ดีมากกว่าคนที่ชอบทำงานคนเดียว ทำไมต้องเน้นเป็นทีมน่ะหรือคะ? ก็ต่อไปโลกเราก็จะแคบลงเพราะการพัฒนาในด้านต่าง ๆ มีมากขึ้น การทำงานก็ต้องเป็นทีมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผู้มีทักษะในการทำงานเป็นทีมและเป็นผู้ร่วมทีมที่ดีจะเป็นข้อจำเป็นในการทำงานทุกที่ การให้คำมั่นสัญญา ข้อตกลงในการทำงานระหว่างคุณกับคนอื่นไงคะ นึกไว้เสมอเลยนะคะว่าอะไรที่คุณรับปากกับใครก็แล้วแต่ คุณต้องรับผิดชอบและทำให้ได้ตามที่รับปาก ถ้าไม่ได้หรือว่าล่าช้ากว่าที่เรารับปาก คุณต้องแจ้งล่วงหน้าให้แก่บุคคลที่คุณรับปากอย่างน้อยสองหรือสามวัน ฉะนั้นก่อนที่คุณจะรับปากใครในเรื่องของการทำงาน คิดให้รอบคอบก่อนนะคะ การให้ความเคารพแก่หัวหน้า อันนี้คุณต้องระวังอยางมาก อย่าทำตัวสนิทกับหัวหน้าจนคุณเผลอทำตัวไม่เคารพ หรือเผลอเล่นจนเกินงาม สำหรับหัวหน้าสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุดก็คือการให้เกียรติ และแน่นอนทุกครั้งที่คุณอยู่กับหัวหน้า หน้าที่หลักของคุณคือการทำให้หัวหน้าของคุณดูดีอยู่เสมอในสายตาผู้อื่น จะด้วยคำพูด การกระทำ คุณไม่มีสิทธิ์ทำให้หัวหน้าของคุณกลายเป็นตัวตลก เสียหน้า […]

วิธีการเอาตัวรอดเมื่อต้องทำงานกับนางมารร้าย

วิธีการเอาตัวรอดเมื่อต้องทำงานกับนางมารร้าย

เพื่อนร่วมงานบางคนก็เหมือนมาจากดาวอังคาร จนผู้หญิงจากดาวศุกร์อย่างเราไม่ไหวจะเคลียร์ วิธีต่อไปนี้อาจจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขขึ้นบ้าง นางมารขึ้นประจบ ประเภทที่นายสั่งอะไรก็ได้ค่ะ ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาชี้นิ้วสั่งคนอื่นต่ออีกทอด จากนั้นก็ไปเอาหน้าว่าทุกอย่างเป็นน้ำพักน้ำแรงของหนูคนเดียวค่ะ ถ้าเจอคนแบบนี้ไม่มีอะไรดีกว่าสะกิดเตือนกันตรง ๆ อาจจะแกล้งดักคอแบบแซวเล่น ๆ ว่า “เธอรับงานมาเองก็ทำเองสิ” ถ้าเขายังไม่ปรับปรุงตัวก็ถึงคราวต้องเล่นไม้แข็ง พูดสั้น ๆ ต่อหน้าเจ้านายไปเลยว่า “เดี๋ยวเธอก็เอามาให้ชั้นทำอีกนั่นล่ะ” ให้เขารู้ว่าเพื่อน ๆ รู้ทันความคิดของเขานะ จะได้ไม่กล้าทำแบบนี้กับคนอื่นอีก นางมารขี้เกียจ ไม่มีอะไรดีกว่าบอยคอตคนขี้เกียจไปสักพัก อาจจะไม่พูดด้วย ไม่ไปกินข้าวด้วย เพื่อให้เขารู้ตัวว่าถ้ายังเอาเปรียบคนอื่นอยู่ก็จะไม่มีใครคบ แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ควรให้กระทบถึงเรื่องาน เช่นว่าอาจจะไม่คุยกับเพื่อนคนนี้ในเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าเกี่ยวกับงานก็ต้องคุยกันเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เขาฟ้องเจ้านายได้ว่าถูกพวกคุณรุมรังแกจนงานเสีย นางมารแย่งผลงาน จะเป็นผลงาน ลูกค้า ยอดขาย ไอเดีย อะไรก็ตามที่พอจะคว้าได้ คนแบบนี้มักไม่ปล่อยให้หลุดมือ ทั้ง ๆ ที่กว่าจะหาลูกค้าได้แต่ละคนหรือคิดงานได้ดีขนาดนี้ คุณต้องเหนื่อยแทบลมจับ วิธีดัดนิสัยคนขี้ขโมยต้องถือคติว่าความจริงคือสิ่งไม่ตาย ถ้าเธอขโมยลูกค้าคุณไป คุณก็ต้องรีบติดต่อลูกค้าคนนั้น บอกให้เขารู้ว่าคนที่จะรับงานจากเขาคือคุณเท่านั้น จากนั้นก็ไปเคลียร์กับเพื่อนตรง ๆ ว่าทีหลังอย่าจุ้นเพราะคุณรู้ความจริงหมดแล้ว แต่ถ้าเป็นการขโมยผลงานหรือไอเดีย อาจจะต้องเอาหลักฐานออกมายืนยันกันและคงต้องไปเปิดโปงกันต่อหน้าเจ้านาย ซึ่งคุณต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่าถ้าทำสำเร็จ เพื่อนอาจจะถูกไล่ออก […]

วิธีทำให้ชีวิตของคุณสดใส

วิธีทำให้ชีวิตของคุณสดใส

1.  คิดในทางบวก(Think Positive) มองโลกในแง่ดีและทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลังด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่น มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้คุณสามารถที่จะจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้อย่างอยู่มือ 2.  มีศรัทธาในตัวเอง (Believe in Yourself) ถ้าแม้แต่ตัวคุณเองยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะจะเชื่อในความเก่งของคุณ อยากให้ใคร ๆ เขาชื่นชอบและทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจตัวเองก่อน 3.  ขอท้าคว้าฝัน (Be a Dream Hunter) ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริง และทุ่มสุดตัวหรอกนะ ความกระหายอันแรงกล้าที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมาย นั่นแหละเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้ ค้นหาบุคคลต้นแบบ ใครก็ได้ที่คุณชื่นชม เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา เผื่อว่าเราจะได้ไอเดียแจ๋ว ๆ มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวโลดสู่ความสำเร็จกับเขามั่ง 4.  เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส (Start the Day with Smile) คนที่มีรอยยิ้มระบายไว้บนใบหน้า เสมือนประตูที่เปิดกว้างให้ใคร ๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจาติดต่องานก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จมากกว่าคนที่หน้าตาแบกโลกนะคะ นอกจากนี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังสร้างความเบิกบานและคลายทุกข์ แถมยังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอดที่ทำให้เราดูเป็นวัยสะรุ่นตลอดกาล รู้อย่างนี้แล้วหัดติดรอยยิ้มไว้ที่มุมปากกันเป็นประจำนะ 5.  เรียนรู้จากความผิดพลาด […]

วิธีทำขี้ผึ้งแท้

วิธีทำขี้ผึ้งแท้

คนโบราณเขาจะเอารังผึ้งที่ผึ้งทิ้งรังไปหมดแล้ว มาใส่ลงในหม้อ ต้มน้ำให้เดือด ใส่รังผึ้งลงไป ไขในรังผึ้งจะละลายออกมาเป็นขี้ผึ้ง เราก็ช้อนเอารังออกไป จากนั้นเราก็ยกไปทิ้งไว้ให้เย็น ขี้ผึ้งจะจับตัวลอยอยู่บนน้ำ เราจับยกออกมาได้เลย แต่มันยังไม่ค่อยสะอาดเพราะมีสิ่งเจือปนอยู่ ให้เรานำขี้ผึ้งไปต้มอีกทีหนึ่ง มันจะละลายเป็นของเหลว เราก็กรองอีกครั้งหนึ่ง ก็จะได้ขี้ผึ้งที่สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

วิธีการเตรียมการสัมภาษณ์

วิธีการเตรียมการสัมภาษณ์

ในแง่หลักการ การขาดการเตรียมการถือได้ว่าเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลงของกระบวนการสัมภาษณ์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้สัมภาษณ์มือใหม่ที่ขาดประสบการณ์ ไม่เข้าใจหลักและวิธีการสัมภาษณ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก่อนที่จะสัมภาษณ์แต่ละครั้งควรได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการสัมภาษณ์ให้ชัดเจนเสียก่อน ขณะเดียวกันก็เตรียมคำถามต่าง ๆ ให้พร้อม รวมถึงคำถามที่มุ่งจะให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์และคำถามที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้สมัครตอบได้โดยไม่ติดขัด ทั้งนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรมั่นใจเกินไปว่าจะได้รับคำตอบตรงตามที่ถาม วิธีที่ดีก็คือ ตั้งคำถามไว้หลาย ๆ คำถามซึ่งอาจจะอาศัยหลักของการตั้งคำถามดังนี้ 1.  เพื่อให้บรรยากาศของการสัมภาษณ์เป็นไปในรูปของการสนทนา คำถามจึงควรจะเป็นไปในรูปของการสนทนาที่ดำเนินไปเป็นลำดับขั้น จาการสนทนาในเรื่องทั่วไปที่มีส่วนสัมพันธ์กับงานของผู้สมัคร จากนั้นจึงมุ่งสู่ประเด็นการสัมภาษณ์ 2.  คำถามควรมีลักษณะสั้นและชัดเจน 3.  ควรมีการเตรียมคำถามไว้หลาย ๆ คำถามที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้เพื่อกรณีที่ผู้สมัครไม่เข้าใจคำถามใดก็สามารถนำคำถามใหม่มาถามได้ทันที นอกจากหลักดังกล่าวนี้ ผู้สัมภาษณ์ควรทำการบ้านล่วงหน้า กล่าวคือ ควรทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครไว้ล่วงหน้าเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะแจ้งให้ผู้สมัครเข้าสอบสัมภาษณ์ทราบเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่จะทำการสัมภาษณ์ เช่น ทราบว่าจะสามารถอธิบายแผนภูมิที่ตั้งของสถานที่สัมภาษณ์ได้ชัดเจน ไม่ว่าผู้สมัครจะเดินทางมาจากบ้านหรือที่ทำงาน จากนั้นควรจัดเตรียมสถานที่หรือห้องสัมภาษณ์ให้ปราศจากเสียงรบกวน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สมัครสะดวกกาย สบายใจ รวมถึงสถานที่สอบ การจัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข สำหรับกรณีที่ต้องสอบคอมพิวเตอร์ หรือการคำนวณ เหล่านี้ถือเป็นการวางแผนและการตระเตรียมการสัมภาษณ์ด้วยทั้งสิ้น

วิธีทำให้มีไฟในการทำงาน

วิธีทำให้มีไฟในการทำงาน

อันนี้น่าจะโดนใจหลายคน คิดง่าย ๆ เลยคือดูว่าเป้าหมายในการทำงานของเราอยู่ตรงไหน แล้วดูสิว่าที่เราทำอยู่ตอนนี้ มันจะไปถึงตรงนั้นได้ไหม ถ้าเป็นเส้นทางถึงเป้าหมาย ก็คิดซะว่าทำเพื่อให้ไปตรงนั้น ถ้าเริ่มเบื่องาน แต่เงินเดือนที่ได้โอ.เค. บวกกับยังหางานใหม่ไม่ได้ ให้นึกว่าสิ้นเดือนได้เงินมา จะเอาไปทำอะไรที่ทำให้เรามีความสุขได้บ้าง เช่น สิ้นเดือนนี้แบ่งมาซื้อของ เก็บเงินออมทรัพย์ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เพื่อสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน

วิธีวางตัวให้รู้กาลเทศะและมารยาทในการทำงาน

วิธีวางตัวให้รู้กาลเทศะและมารยาทในการทำงาน

1.  ถ้าวันนี้ตื่นสาย รู้ตัวว่าไปทำงานช้าแน่นอน โทรศัพท์บอกเจ้านายด่วนที่สุดและบอกสาเหตุไปตรง ๆ ไม่มีใครอยากได้ยินข้ออ้างที่เชื่อไม่ได้ สิ่งที่เขาอยากได้ยินมากกว่าคือ คุณเผลอตื่นสายและจะทำงานชดเชยเวลาที่ขาดไป 2.  ถ้าคุณกำลังหางานใหม่และมีนัดสัมภาษณ์งานให้ลากิจไปเลย  อย่าโกหกด้วยการบอกว่าป่วย หรือมีนัดทำฟัน เพราะถ้ามีใครในบริษัท หรือคนรู้จักของเจ้านายคุณไปเจอเข้างานนี้งามไส้แน่ 3.  การส่งเมล์ผิดคน กลายเป็นฝันร้านแน่ ถ้ายิ่งเนื้อหาของเมล์มีการวิพากษ์วิจารณ์ชาวบ้านและเรื่องต่าง ๆ สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือ ไปหาคนที่รับเมล์ผิดนั้น อธิบายถึงความผิดพลาดและขอโทษเขา 4.  ถ้าคุณกำลังหาความก้าวหน้าในอาชีพด้วยงานใหม่ บริษัทใหม่ ทำการบ้านซะ ศึกษาข้อมูลของบริษัทนั้น และดูให้แน่ใจว่าคุณอยากทำงานนั้นก่อนจะบอกเจ้านาย 5.  การเมาปลิ้นและโชว์เรื้อนต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ถ้าพลาดไป ในวันรุ่งขึ้นให้ขอโทษคนอื่น ๆ และอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก

วิธีการเขียนเรซูเม่สมัครงาน

วิธีการเขียนเรซูเม่สมัครงาน

เรซูเม่เป็นสิ่งที่บริษัทหรือผู้ว่าจ้างใช้พิจารณาในการรับสมัครงาน ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าเรซูเม่ของคุณจะต้องสามารถส่งไปยังบริษัททางอีเมล์หรืออัพโหลดผ่านบริษัทจัดหางานออนไลน์ได้ 1.       เริ่มเรซูเม่ด้วยข้อมูลช่องทางการติดต่อของคุณ รวมถึงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์ ข้อมูลส่วนนี้ควรอยู่ตรงกลางด้านบนสุดของเรซูเม่ โดยเรียงตามแนวนอนและแยกออกจากข้อมูลส่วนอื่นๆ 2.       ประวัติการศึกษา ใส่รายละเอียดของสถานศึกษา วันที่จบการศึกษาและระดับการศึกษา อาจรวมถึงเกรดเฉลี่ย (ถ้าได้เกรดสูง) เกียรตินิยม สมาชิกชมรม หรือการทำกิจกรรมลงไปด้วย หรือถ้าไม่ได้จบการศึกษาของกระทรวงก็อาจข้ามส่วนนี้ไปได้ หรือถ้ายังไม่จบการศึกษาให้ระบุวันที่คาดว่าจะจบการศึกษาไว้ด้วย 3.       ใส่ประวัติการทำงาน โดยเริ่มจากตำแหน่งงานปัจจุบัน ชื่อองค์กรและสถานที่ตั้ง บรรทัดถัดไปลงรายละเอียดของตำแหน่งและวันที่เริ่มงาน จากนั้นใส่ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ 4.       รายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถพิเศษ เช่น ภาษา ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือการฝึกอบรมต่างๆ