Archive For The “สุขภาพ” Category

วิธีถอดแหวนติดนิ้ว

วิธีถอดแหวนติดนิ้ว

การใส่แหวนที่มีขนาดเล็กเกินไป หรือสวมแหวนเป็นเวลานานโดยไม่ถอด แล้วร่างกายขยายตัว (อ้วนขึ้น) เป็นสาเหตุให้ไม่สามารถอดแหวนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากใจพอสมควร เพราะยิ่งหยายามถอด นิ้วก็ยิ่งบวม เรามาดูกันว่าวิธีถอดแหวนติดนิ้ว สามารถทำได้อย่างไรบ้าง   1. ทำให้ลื่น เนื่องจากแหวนและนิ้วของเราเสียดสีกันทำให้ฝืดภถอดได้ยาก ฉะนั้นแล้วหากทำให้ลื่นก็จะสามารถถอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งที่จะทาให้ลื่นได้ เช่น – เบบี้ ออย – น้ำสบู่ – วาสลีน – โลชั่นบำรุงผิว เมื่อทาให้ลื่นแล้ว ค่อย ๆ หมุนแหวนไปรอบๆนิ้วทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง โดยหมุนขึ้นมาให้หลุดออกมาจากนิ้ว   2. ใช้ด้าย ,ไหมขัดฟัน หรือ ผ้า สอดเข้าไป แล้วดึงออก สอดด้าย (หรือ เศษผ้า) ลอดใต้แหวนจากทางปลายนิ้ว จากนั้นพันด้ายที่นิ้วจากบริเวณใกล้แหวนหมุนขึ้นไปยังปลายนิ้ว แล้วค่อยๆดึงปลายด้ายฝั่งที่สอดลอดแหวนขึ้น แหวนจะถูกดึงออกมา อ่านคำอธิบายคงเข้าใจยาก ให้ลองดูคลิปวีดีโอประกอบ   3. ไปโรงพยาบาล หรือ ร้านตัดแหวน สำหรับบางคน แหวนบางวงมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก […]

วิธีใส่คอนแทค เลนส์ แบบง่าย ๆ

วิธีใส่คอนแทค เลนส์ แบบง่าย ๆ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา เช่น สายตาสั้น นอกจากการรักษาด้วยวิธีเลสิคแล้ว วิธีแก้ไขดั้งเดิม คือ สวมแว่นตา ก็ยังเป็นการแก้ไขที่ได้รับความนิยมอยู่ อย่างไรก็ดีสำหรับบางคนการสวมแว่นตาก่อให้เกิดปัญหาได้ เช่น ไม่สะดวกต่อการทำงานที่เคลื่อนไหวมาก , หากสายตาสั้นเยอะแว่นตาจะหนาและหนัก ซึ่งอีกวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกที่นิยมก็คือ สวมคอนแทค เลนส์ การสวม คอนแทค เลนส์ สำหรับมือใหม่ เป็นสิ่งที่ยากและลำบากมาก บางท่านถึงกับถอดใจเลิกสวมคอนแทค เลนส์ ไปเลย ก็มี ต่อไปนี้คือวิธีสวม คอนแทค เลนส์ ที่ถูกต้อง วิธีใส่คอนแทค เลนส์ (Contact Lenses) 1. ล้างมือให้สะอาด เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบาง ติดเชื้อได้ง่าย ความสะอาดจึงสำคัญมาก 2. หยิบคอนแทค เลนส์ ออกมาวางบนปลายนิ้วชี้ของมือข้างที่ถนัด  ตรวจสอบด้วยว่าคอนแทค เลนส์ กลับด้านกันอยู่หรือไม่ หากคอนแทค เลนส์ กลับด้านผิดอยู่ รูปทรงจะผิดรูป และถ้าเอานิ้วกดขอบทั้งสองด้านเบา ๆ เข้าหากัน จะไม่ได้ 3. ใช้นิ้วกลางของมือข้างที่มีคอนแทคเลนส์ […]

วิธีตรวจน้ำนมของคุณแม่ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

วิธีตรวจน้ำนมของคุณแม่ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

เป็นที่รู้กันดีในยุคปัจจุบันว่า สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงวัย 1 ขวบครึ่งนั้น นมแม่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างร่างกายของลูกน้อยให้แข็งแรง มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด รวมทั้งภูมิต้านทานโรคที่ดี เมื่อผลพิสูจน์ชี้ชัดออกมาถึงคุณประโยชน์ของนมแม่ที่เหนือกว่านมวัว ทำให้แม่ในปัจจุบัน หันมาให้ความสำคัญกับการให้ลูกดื่มนมแม่มากขึ้น คุณแม่หลายคนทั้งๆที่ต้องออกไปทำงาน ก็ยังใช้วิธีคัดนมเก็บไว้เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กได้ป้อนนมของตนเองให้ลูกในช่วงที่ตนเองไปทำงาน รู้หรือไม่ว่าระหว่างให้ลูกกินนมจากเต้า คุณแม่สามารถสังเกตุได้ว่าน้ำนมของตนเองมีความสมบูรณ์หรือไม่ โดยสังเกตดังนี้ หากน้ำนมแม่มีความสมบูรณฺ์ 1. ขณะที่ลูกดูดนมข้างหนึ่ง นมอีกข้างจะไหลอยู่เสมอ 2. เมื่อทารกดื่มนมจนเพียงพอกับความต้องการแล้ว ก็จะนอนหลับสนิท ไม่ร้องงอแง 3. น้ำหนักของลูกที่ดื่มน้ำนมแม่ซึ่งมีความสมบูรณ์ จะเพิ่มขึ้นเป็นไปตามมาตราฐาน คือ – เมื่ออายุ 5 เดือน เด็กจะมีน้ำหนัก2 เท่าของแรกเกิด คือ ประมาณ 6 กิโลกรัม – และเมื่ออายุครบ 1 ขวบ เด็กจะมีน้ำหนักประมาณ 3 เท่า ของแรกเกิด คือ 9 กิโลกรัม

วิธีปฏิบัติภายหลังเจาะเลือด

วิธีปฏิบัติภายหลังเจาะเลือด

ให้ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทาแผลตรงที่เจาะ แล้วชูแขนขึ้นเหนือศีรษะนาน ๑ นาที  เลือดก็จะหยุดไหลเรียบร้อย โดยที่หลอดเลือดและเนื้อบริเวณนั้นไม่ชอกช้ำแต่อย่างใด

วิธีบำบัดเลือดกำเดาออก

วิธีบำบัดเลือดกำเดาออก

ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ขวาบีบที่ดั้งจมูกให้แน่น  โดยที่ยังคงหายใจได้ นาน ๒ นาที เลือดกำเดาจะหยุดไหลทันที  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำแข็งหรือความเย็นช่วยแต่อย่างใดเลย

วิธีการดื่มน้ำที่ถูกต้อง

วิธีการดื่มน้ำที่ถูกต้อง

แม้จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า น้ำเปล่ามีความสำคัญกับร่างกาย  แต่มีคนจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญ จะดื่มน้ำเฉพาะเวลาคอแห้ง หรือกระหายเท่านั้น การดื่มน้ำอย่างไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่เป็นผลดีแล้ว ยังสร้างผลเสียกับสุขภาพอีกด้วย ทั้งโลหิตข้น การไหลเวียนของโลหิตลำบาก หัวใจต้องทำงานหนักในการสูบฉีด ทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เมื่อยล้า หัวใจเต้นไม่ปกติ ริมฝีปากแห้ง ผิวหนังหยาบไม่ชุ่มชื่นสดใส ขับถ่ายของเสียไม่สะดวก ท้องผูก ปัสสาวะติดขัด มีสีเหลืองเข้ม เป็นเหตุไตพิการ เป็นต้น ตามหลักเราควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้วในช่วงเช้าตื่นนอน ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง 1 แก้ว จะทำให้ขับถ่ายดี ก่อนเข้านอนการดื่มน้ำ 1 แก้ว จะทำให้น้ำไปชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้สบายขึ้น และในระหว่างวันให้ดื่มน้ำจนครบตามจำนวน วิธีการดื่มน้ำที่ถูกต้อง เราไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละ 2-3 แก้ว ติดต่อกันทันที ค่อย ๆ ดื่มไปเรื่อย ๆ ในระหว่างวัน คนที่ไม่เคยดื่มน้ำมาก ๆ ในครั้งแรกจะรู้สึกคลื่นไส้  เพราะผนังลำไส้และกระเพาะอาหารขยายตัว แต่ต่อไปอาการเหล่านี้จะหายไป และได้ความสดชื่นขึ้นมาแทน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการปัสสาวะบ่อยขึ้น  ซึ่งจะเป็นผลดีเพราะน้ำจะไปล้างไต  […]

วิธีล้างผักให้ปลอดสารพิษ

วิธีล้างผักให้ปลอดสารพิษ

หนุ่มสาวยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ  และอยากให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส มักจะหันมารับประทานผักกันมากขึ้น  แต่หากผักและผลไม้ที่ว่านี้มีสารพิษปนเปื้อนตกค้างอยู่  แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับจะเป็นโทษไป วิธีการล้างผักให้ปลอดจากสารพิษมีหลายวิธีด้วยกัน ลองเลือกไปใช้ดู 1.  ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต หรือผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 20 ลิตร แช่นาน 15 นาที ลดปริมาณสารพิษถึงร้อยละ 90-95℅ 2.  น้ำส้มสายชู (5℅) 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 10-15 นาที ลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 60-84℅ 3.  คลี่ใบผักแล้วล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่านนาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 54-63℅ หรือเด็ดผักเป็นใบ ๆ แช่น้ำ 10-15 นาที ลดปริมาณสารพิษร้อยละ 27-72℅ 4.  ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 10 นาที […]

วิธีการคุยเพื่อฝึกสมอง

วิธีการคุยเพื่อฝึกสมอง

ปรกติคนเรามักจะพูดคุยกันเรื่องเบา ๆ เช่น หนังที่ชอบ ต้นไม้ที่ปลูก เพื่อผ่อนคลายจิตใจกันอยู่แล้ว แต่ทราบไหมว่า การคุยกันเรื่องสัพเพเหระเหล่านี้กลับส่งผลดีต่อสมองเราได้ด้วย จากรายงานของนายแพทย์ออสการ์ยีบาร์รา นักจิตวิทยาแห่งสถาบันยู-เอ็ม เพื่อวิจัยสังคม (IRS) มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษาอาสาสมัครมากกว่า 3,500 คน อายุ 24-96 ปี พบว่า คนที่เข้าสังคมบ่อยมีความสามารถในการจดจำดีกว่าคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคม เช่น ไม่ค่อยพบปะพูดคุยกับใคร ฯลฯ และจากการศึกษาอีกครั้งหนึ่งในนักศึกษามหาวิทยาลัย 76 คน อายุ 18-21 ปี แบ่งอาสาสมัครเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้พูดคุยกัน 10 นาที กลุ่มที่สองให้ทำกิจกรรมเสริมสร้างสมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ ฯลฯ 10 นาที กลุ่มที่สามให้ชมซิตคอม Seinfeld นาน 10 นาที เมื่อครบ 10 นาทีแล้ว ให้อาสาสมัครทดสอบความจำและสมรรถภาพสมอง พบว่ากลุ่มที่พูดคุย 10 […]

วิธีป้องกันเบื้องต้นของโรคต้อหิน

วิธีป้องกันเบื้องต้นของโรคต้อหิน

หลายคนอาจเกิดเอะใจว่าจะป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร แล้วอาการตาที่ฝ้าฟางอยู่ใช่อาการของโรคนี้หรือไม่ เรามาดูวิธีป้องกันโรคต้อหินเบื้องต้นกันก่อน 1.  ป้องกันแรงกระทบกระเทือนและอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดกับดวงตา 2.  ถนอมดวงตา เช่น อ่านหนังสือ ทำงาน หรือทำกิจกรรมที่ใช้สายตาในที่ที่มีแสงสว่างพอเหมาะ 3.  รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ เช่น แครอท ถั่ว ปลา ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 4.  ไม่ใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือยาหยอดที่มีอะโทรพีน 5.  ผู้ป่วยเบาหวานให้พบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจหาว่ามีอาการเบาหวานขึ้นจอตาหรือไม่ 6.  ตรวจสุขภาพสายตาปีละหนึ่งครั้ง หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาอย่าปล่อยไว้  ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 7.  ระวังโรคที่ส่งผลร้ายต่อดวงตา เช่น  ม่านตาอักเสบ ซิฟิลิส วัณโรค ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่าดวงตาของตัวเองมีอาการเข้าข่ายโรคที่ว่าด้วยหรือเปล่าให้สังเกตตัวเองตามนี้ เห็นแสงสว่างจ้าตอนกลางวันเป็นแสงสลัวลงเรื่อย ๆ เหมือนอาการครึ้มฟ้าครึ้มฝน ภาพที่เห็นเหมือนมีหมอกจาง ๆ บดบังอยู่เกือบตลอดเวลา และอาการนี้มักหายไปถ้าได้หลับตาหรือนอนหลับสักครู่หนึ่ง  จากนั้นอาการจะกลับมาอีก การมองเห็นในที่มืดแย่ลง โดยเฉพาะช่วงที่ต้องปรับสายตาให้เข้ากับความมืดอย่างช่วงพลบค่ำ เห็นสีตัวหนังสือจางลง มองแล้วลานตา  แม้จะใส่แว่น  แต่อาการก็ยังคงอยู่  มองรายละเอียดของใบหน้าไม่รู้ว่าส่วนไหนคือตา จมูก ปาก จำคนไม่ได้ […]

วิธีดูดฝุ่นหนีภูมิแพ้

วิธีดูดฝุ่นหนีภูมิแพ้

หลายคนเข้าใจว่า บ้านที่สะอาดปราศจากฝุ่นจะช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้อย่างดี  จึงดูดฝุ่นเป็นประจำ  บางบ้านยิ่งขยันดูดฝุ่นให้สะอาดเอี่ยมอ่องเท่าไร สมาชิกในบ้านก็เริ่มทยอยเป็นภูมิแพ้ไปตาม ๆ กัน ถ้าใครกำลังเจอปัญหานี้ ลองทำตามวิธีดูดฝุ่นนี้ดู 1.  ทิ้งระยะการดูดฝุ่นให้นานขึ้น เพราะการปล่อยให้มีละอองฝุ่นอยู่ใต้เตียงบ้างเล็กน้อยเป็นครั้งคราว ดีต่อคนทั้งที่ยังไม่เป็นและเป็นภูมิแพ้  เพราะโมเลกุลที่เรียกว่า “เอนโดท็อกซิน” ซึ่งพบในฝุ่นที่อยู่ตามบ้านนั้นช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นภูมิแพ้และหอบหืดได้ 2.  เปิดประตูหน้าต่างทั้งขณะและหลังดูดฝุ่น เพราะการดูดฝุ่นทุกรั้งทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสารก่อภูมิแพ้ (aeroallergen) ทุกชนิด  การเปิดประตูหน้าต่างจะช่วยให้ระบายอากาศและสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ออกไป 3.  ทำความสะอาดพรมเป็นประจำ เพราะพรมเป็นที่อยู่ของฝุ่นมากมายมหาศาล การทำความสะอาดพรมจึงควรใช้หัวดูดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าจึงจะกำจัดฝุ่นได้ดีที่สุด 4.  อย่าลืมทำความสะอาดผ้าม่าน หลายครั้งที่ผ้าม่านผืนสวยถูกละเลย  จนเป็นที่สะสมของฝุ่นละออง  การดูดฝุ่น ผ้าม่านให้สะอาดเอี่ยมอ่องควรใช้หัวดูดแบบปลายแคบโค้ง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “ชีวิตเปื้อนฝุ่น” ในบางครั้งก็มีดีอยู่เหมือนกัน